วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554

การทำงานขั้นพื้นฐานของคอมพิวเตอร์

กระบวนการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์

กระบวนการต่างๆ เหล่านี้มักจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อถึงเวลาที่มนุษย์จะต้องตัดสินใจทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดในทำนองเดียวกัน คอมพิวเตอร์ก็มีกระบวนการในการทำงานคล้ายๆ กับมนุษย์ แตกต่างกันตรงที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถคิดหาเหตุผลเพื่อตัดสินใจได้ด้วยตนเอง แต่คอมพิวเตอร์มีกระบวนการตัดสินใจได้
แต่ก็ต้องตัดสินใจภายใต้เงื่อนไขที่มนุษย์กำหนดขึ้น สิ่งที่มนุษย์กำหนดขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงานที่เราเรียกว่า "โปรแกรม"


ขั้นตอนที่ 1 : รับข้อมูลเข้า (Input)
เริ่มต้นด้วยการนำข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถผ่านทางอุปกรณ์ชนิดต่างๆ แล้วแต่ชนิดของข้อมูลที่จะป้อนเข้าไป เช่น ถ้าเป็นการพิมพ์ข้อมูลจะใช้แผงแป้นพิมพ์ (Keyboard) เพื่อพิมพ์ข้อความหรือโปรแกรมเข้าเครื่อง ถ้าเป็นการเขียนภาพจะใช้เครื่องอ่านพิกัดภาพกราฟิค (Graphics Tablet) โดยมีปากกาชนิดพิเศษสำหรับเขียนภาพ หรือถ้าเป็นการเล่นเกมก็จะมีก้านควบคุม (Joystick) สำหรับเคลื่อนตำแหน่งของการเล่นบนจอภาพ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 2 : ประมวลผลข้อมูล (Process)
เมื่อนำข้อมูลเข้ามาแล้ว เครื่องจะดำเนินการกับข้อมูลตามคำสั่งที่ได้รับมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่
ต้องการ การประมวลผลอาจจะมีได้หลายอย่าง เช่น นำข้อมูลมาหาผลรวม นำข้อมูลมาจัดกลุ่ม
นำข้อมูลมาหาค่ามากที่สุด หรือน้อยที่สุด เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 : แสดงผลลัพธ์ (Output)
เป็นการนำผลลัพธ์จากการประมวลผลมาแสดงให้ทราบทางอุปกรณ์ที่กำหนดไว้ โดยทั่วไปจะแสดงผ่านทางจอภาพ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า "จอมอนิเตอร์" (Monitor) หรือจะพิมพ์ข้อมูลออกทางกระดาษโดยใช้เครื่องพิมพ์ก็ได้

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง สิ่งที่มองเห็นและจับต้องสัมผัสได้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (Case) เมนบอร์ด (Mainboard) และอุปกรณ์ต่อพ่วงรอบข้าง (Peripheral) ที่เกี่ยวข้อง เช่น ฮาร์ดดิสก์ แป้นพิมพ์ เม้าส์ หน่วยประมวลผลกลาง จอภาพ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ฮาร์ดแวร์จะไม่สามารถทำงานด้วยตัวเองเดี่ยว ๆ ได้ จะต้องนำมาต่อเชื่อมเพื่อทำงานร่วมกันเป็นระบบที่เรียกว่า "ระบบคอมพิวเตอร์ (Computer System)" ที่มีโครงสร้างของระบบจะทำงานตามโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่เขียนขึ้น

2. ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง โปรแกรม (Program) หรือชุดคำสั่งที่ควบคุมให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ซึ่งคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ที่ประกอบออกมาจากโรงงานจะยังไม่สามารถทำงานได้ในทันที ต้องมีซอฟต์แวร์ซึ่งเป็นโปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่สั่งให้ฮาร์ดแวร์ทำงานตามต้องการได้ โดยโปรแกรมหรือชุดคำสั่งนั้นจะเขียนจากภาษาต่าง ๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น เรียกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ (Programming Language) ภาษาใดภาษาหนึ่ง และมีโปรแกรมเมอร์ (Programmer) หรือนักเขียนโปรแกรมเป็นผู้ใช้ภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านั้นเขียนซอฟต์แวร์แบบต่าง ๆ ขึ้นมา

ซอฟต์แวร์ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1) ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่จัดการและควบคุม ทรัพยากรต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ และอำนวยความสะดวกด้านเครื่องมือสำหรับการทำงานพื้นฐานต่าง ๆ ตั้งแต่ผู้ใช้เริ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การทำงานจะเป็นไปตามชุดคำสั่งที่เขียนขึ้น ตลอดจนควบคุมการสื่อสารข้อมูลในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

2) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่สร้างหรือพัฒนาขึ้น เพื่อใช้งานด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะตามที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น งานด้านการจัดทำเอกสาร การทำบัญชี การจัดเก็บข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนงานด้านอื่น ๆ ตามแต่ผู้ใช้ต้องการ

3. ข้อมูล/สารสนเทศ (Data/Information) คือ ข้อมูลต่างๆ ที่เรานำมาให้คอมพิวเตอร์ทำการประมวลผลคำนวณ หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้ได้มาเป็นผลลัพธ์ที่เราต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลบุคลากรเกี่ยวกับรายละเอียดประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษาหรือ ประวัติการทำงาน ซึ่งอาจนำมาจำแนกเป็นรายงานต่างๆ เกี่ยวกับบุคลากรในหน่วยงานได้ หรือข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลขมาตรๆ ไฟฟ้าของบ้านแต่ละหลัง ก็ใช้สำหรับคำนวณเป็นปริมาณไฟฟ้า ที่ใช้ในแต่ละเดือน แล้วคิดเป็นเงิน ที่จะต้องชำระให้กับการไฟฟ้าฯ

4. บุคคลากร (Peopleware) คือ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานต่างๆ และผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานนั้นๆ บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์นั้น มีความสำคัญมาก เพราะการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆ นั้นจะต้องมีการจัดเตรียมเปลี่ยนระบบ จัดเตรียมโปรแกรมดำเนินการต่างๆ หลายอย่าง ซึ่งไม่สามารถทำด้วยตัวเองได้ ถ้าหากไม่ใช่ผู้ที่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์มากนัก เราจึงถือว่าบุคลากร เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของ ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย

หลักการเลือกคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์มีให้เลือกหลากหลายลักษณะ ทำให้หลายๆ ท่านอาจจะคิดไม่ตกว่าควรเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ลักษณะใด ผู้เขียนขอเสนอแนวทางเพื่อช่วยพิจารณาดังนี้
H/PC: Palmtop Computer, PDA, Cellular Phone เหมาะสำหรับ
นักธุรกิจ/บุคคลที่ต้องติดต่อลูกค้าตลอดเวลา ต้องบันทึกข้อมูลต่างๆ รวมถึงตารางงาน (Schedule)
นักธุรกิจ/บุคคลต้องการส่งแฟกซ์ ติดต่อธุรกิจด้วยอีเมล์ตลอดเวลาที่ต้องการ
Notebook Computer
บุคคลที่ต้องเดินทางบรรยายอยู่เรื่อยๆ (Presentation)
บุคคลที่จำเป็นต้องทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ในขณะที่ต้องเดินทางด้วย
หน่วยงานที่มีสาขาหลายสาขา และต้องถ่ายโอนข้อมูลตลอดเวลา
Desktop/Minitower Computer
หน่วยงาน/บุคคลที่สนใจใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน, การเรียน
การใช้คอมพิวเตอร์กับงานด้านมัลติมีเดีย งานกราฟิกดีไซน์
การใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องแม่ข่าย (Server)
Tower Computer
ผู้ใช้ที่ต้องการเพิ่มเติมอุปกรณ์เสริมในการทำงาน เช่น การ์ดเสียง, การ์ดตัดต่อวีดิโอ, การ์ดเครือข่าย, การ์ดโมเด็ม
สำหรับยี่ห้อ รุ่น และร้านค้าในปัจจุบันทุกๆ ร้านมีศักยภาพใกล้เคียงกัน และแต่ละยี่ห้อก็ไม่แตกต่างกันมาก จึงไม่ใช่ประเด็นหลักในการเลือกซื้อ จุดสำคัญก็คงเป็นบริการหลังการขาย เนื่องจากต้องยอมรับว่าหลายๆ ท่านใช้คอมพิวเตอร์ในระดับผู้ใช้ ดังนั้นหากสามารถเลือกร้านค้า ที่มีบริการหลังการขายที่ดี มีอัธยาศัยเป็นกันเอง จะช่วยให้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทำงาน หรือหลังการซื้อมีน้อยลงไปได้

ชนิดของการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์
ถ้าพูดถึงลักษณะการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้คงจะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่เลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อ หรือเรียกว่า เครื่องแบรนด์เนม [Brand name] ทั้งแบรนด์เนมของไทยและของต่างประเทศ เช่น Laser, Powell, IBM, Acer, Atec เป็นต้น

กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่ผู้ซื้อเครื่องสั่งประกอบตามร้านคอมพิวเตอร์ เช่น พันธ์ทิพย์พลาซ่า , เสรีเซ็นเตอร์ เป็นต้น

กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มผู้ที่ซื้ออุปกรณ์มาเป็นชิ้นๆ แล้วมาประกอบเองที่บ้าน
การเลือกซื้อในแต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ที่เห็นได้ชัดก็มีดังนี้
ชนิดของการเลือกซื้อ
ข้อดี
ข้อเสีย

เครื่องมียี่ห้อ
- มีคุณภาพได้มาตรฐาน

- การบริการดี

- มีการรับประกันดี

- ในบางที่จะมีการฝึกอบรมโปรแกรมสำหรับผู้ซื้อเครื่อง

- มีบริการส่งเครื่องให้ถึงบ้าน และเมื่อเครื่องมีปัญหา บริษัทจะมีบริการส่งช่างไปซ่อมที่บ้าน
- เครื่องมีราคาสูง

-ไม่สามารถเลือกสเป็ค และยี่ห้อของอุปกรณ์ที่ต้องการได้

- เวลาสั่งซื้อเครื่อง ต้องรอเครื่องเป็นเวลานานหลายวัน



เครื่องสั่งประกอบ
- เลือกซื้ออุปกรณ์ หรือปรับเปลี่ยนสเป็คและยี่ห้อได้ตามต้องการ

- ราคาถูก [ ขึ้นอยู่กับทางร้าน ]

- การรับประกัน [ ขึ้นอยู่กับทางร้าน ]

- การบริการ [ ขึ้นอยู่กับทางร้าน ]
- การประกอบเครื่องบางครั้งไม่เรียบร้อย

- การลงโปรแกรมใช้วิธีที่เรียกว่า โคลนนิ่ง มักจะเกิดปัญหาเวลาใช้งาน

- ถ้าความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ไม่ดีพอ อาจจะได้ของที่ไม่มีคุณภาพ

- เวลาเครื่องเสีย หรือมีปัญหาต้องยก เครื่องไปให้ช่างที่ร้านซ่อม

- อาจได้สินค้าของปลอม

เครื่องประกอบเอง
- เลือกซื้ออุปกรณ์หรือปรับเปลี่ยนสเป็ค และยี่ห้อได้ตามต้องการ

- ไม่เสียค่าประกอบ

- ราคาถูก [ ขึ้นอยู่กับทางร้าน ]

- การรับประกัน [ ขึ้นอยู่กับทางร้าน ]

- การบริการ [ ขึ้นอยู่กับทางร้าน ]
- ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ทางด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เพราะต้องประกอบ เครื่องและลงโปรแกรมเอง

- ถ้าความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ไม่ดีพอ อาจจะได้ของที่ไม่มีคุณภาพ

- เวลาเครื่องเสียหรือมีปัญหา ต้องยกเครื่องไปให้ช่างที่ร้านซ่อม

- อาจได้สินค้าปลอม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น